บทที่ 9 ตอนที่ 8

อาการหวงก้างของหมาเด็ก

​"ตกลงว่า... เราเป็นใครกันแน่"

​คำถามที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของโซนวีไอพีบนชั้นดาดฟ้า ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของพีชชะงักค้างไปเพียงเสี้ยววินาที สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในหัวของเด็กหนุ่ม เขาตระหนักได้ทันทีว่าพี่เลี้ยงหน้ากลมคนนี้ไม่ได้หลอกง่ายอย่างที่คิด ความลับที่อุตส่าห์ปิดบังมาตลอดกำลังถูกสั่นคลอนเข้าอย่างจัง

​ทว่าทายาทนักธุรกิจระดับหมื่นล้านอย่างเขามีหรือจะยอมจนมุมง่ายๆ นัยน์ตาสีเข้มที่ไหววูบเมื่อครู่กลับมาทอประกายแพรวพราวเช่นเดิม พีชยกแก้วน้ำแร่ขึ้นดื่มช้าๆ ซื้อเวลาให้ตัวเองเรียบเรียงข้อแก้ตัว

​"ผมก็เป็นเด็กฝึกงานแผนกพี่ฟ้าไงครับ จะเป็นใครไปได้ล่ะ" เขาตอบหน้าตาย

​"ไม่ต้องมาทำหน้ามึนเลยพีช เด็กฝึกงานที่ไหนเขามากินข้าวร้านมิชลินสตาร์แล้วผู้จัดการร้านแทบจะโค้งให้เก้าสิบองศาแบบนี้ สรุปว่าเรารู้จักเจ้าของร้านจริงๆ ใช่ไหม หรือว่าเราเป็นลูกหลานมหาเศรษฐีที่ไหนปลอมตัวมา" ฟ้ายิงคำถามรัวด้วยความคลางแคลงใจ

​พีชหัวเราะร่วน แกล้งทำเป็นขำกับจินตนาการของคนตรงหน้า

​"พี่ฟ้าดูละครเยอะไปหรือเปล่าครับ ลูกมหาเศรษฐีที่ไหนจะมานั่งแย่งงานพี่ทำล่ะ ความจริงก็คือ ครอบครัวผมสนิทกับคุณลุงเจ้าของร้านนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อแล้วครับ พ่อผมเคยช่วยเหลือธุรกิจแกนิดหน่อย แกก็เลยเอ็นดูผมเหมือนลูกหลาน พอรู้ว่าผมจะพาสาวมาเลี้ยงข้าว แกก็เลยสั่งผู้จัดการให้ดูแลเป็นพิเศษ แถมยังให้กินฟรีอีกต่างหาก พี่ฟ้าอย่าคิดมากเลยครับ ถือว่าเราโชคดีได้กินของอร่อยฟรีๆ ไม่ดีหรือไงครับ"

​ฟ้าหรี่ตามองใบหน้าหล่อเหลาที่ปั้นยิ้มซื่อบริสุทธิ์ แม้เหตุผลเรื่องคนรู้จักของครอบครัวจะฟังดูเข้าทีและพอรับได้ แต่สัญชาตญาณลึกๆ ของเธอก็ยังคอยร้องเตือนว่าเด็กหนุ่มตรงหน้ามีอะไรซ่อนอยู่อีกมาก ทว่าในเมื่อเธอไม่มีหลักฐานอะไรไปจับผิดเขา หญิงสาวจึงได้แต่พรูลมหายใจและยอมปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปก่อน

​ช่วงบ่ายของวันต่อมา

บรรยากาศในออฟฟิศแผนกทรัพยากรบุคคลค่อนข้างเงียบสงบ ฟ้านั่งตรวจเอกสารการลางานของพนักงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ โดยมีเงาตามตัวอย่างพีชนั่งคีย์ข้อมูลยุกยิกอยู่โต๊ะข้างๆ

​จู่ๆ ความสงบสุขก็ถูกทำลายลงเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ

​พี่เคน พนักงานหนุ่มรุ่นพี่จากแผนกการตลาด ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั้งบริษัทเรื่องความเจ้าชู้และคารมแพรวพราว เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนพับแขนขึ้นถึงศอก ผมเซตตั้งทรงสปอร์ต มือหนาวางกล่องขนมเค้กหน้าตาน่ากินจากร้านคาเฟ่ชื่อดังลงบนโต๊ะของฟ้า

​"น้องฟ้าคนสวย วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมจ๊ะ พี่ซื้อเค้กส้มยูซุเจ้าอร่อยมาฝาก เห็นแก้มป่องๆ แบบนี้ น่าจะชอบกินของหวาน" เคนส่งยิ้มหวานหยดย้อย พร้อมกับถือวิสาสะขยับตัวเข้ามาใกล้ริมโต๊ะจนฟ้าต้องเอนตัวหลบไปด้านหลังเล็กน้อย

​"ขอบคุณค่ะพี่เคน แต่ฟ้าเพิ่งกินข้าวเที่ยงมาเมื่อกี้เอง ยังอิ่มอยู่เลยค่ะ" ฟ้าตอบแบ่งรับแบ่งสู้ พยายามรักษามารยาทกับพนักงานรุ่นพี่

​"เก็บไว้กินตอนบ่ายตอนหิวๆ ก็ได้จ้ะ แก้มยุ้ยๆ ของน้องฟ้าเนี่ย น่าบีบจังเลยนะ เวลายิ้มทีไรทำเอาพี่ใจสั่นทุกทีเลย รู้ตัวบ้างไหมเนี่ย" หนุ่มการตลาดเริ่มเดินหน้าขายขนมจีบอย่างโจ่งแจ้ง สายตากรุ้มกริ่มจ้องมองดวงหน้ากลมมนไม่วางตา

​เสียงพิมพ์งานบนคีย์บอร์ดที่โต๊ะข้างๆ หยุดชะงักลงกะทันหัน

​พีชขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน รอยยิ้มขี้เล่นแบบหมาเด็กหายวับไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความเรียบตึงและเย็นชา เขาผลักเก้าอี้ออก ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรของเขากดข่มให้เคนดูตัวเล็กลงไปถนัดตา

​พีชก้าวเท้าเข้ามายืนแทรกกลางระหว่างฟ้ากับหนุ่มการตลาดจอมกะล่อน เขายกแขนขึ้นกอดอก จงใจขยับข้อมือให้เห็นนาฬิกาแบรนด์หรูราคาหลักล้านชัดๆ รังสีความกดดันแบบผู้บริหารระดับสูงแผ่กระจายออกมาจากตัวเด็กหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังผู้มาเยือน หวังจะใช้ออร่าความเหนือกว่าและความน่าเกรงขามข่มขวัญให้อีกฝ่ายรู้ตัวและถอยร่นไป

​ทว่าทุกอย่างกลับผิดคาด

​เคนไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านหรือหวาดกลัวรังสีอำมหิตเหล่านั้นเลยสักนิด ในสายตาของพนักงานหนุ่มสุดมั่น เขามองเห็นแค่เด็กนักศึกษาฝึกงานหน้าละอ่อนที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่สัปดาห์ ไม่ได้สนใจนาฬิกาบนข้อมือหรือท่าทางตึงเครียดของพีชแม้แต่น้อย

​"อ้าว น้องพีช ยืนทำหน้าตึงอะไรตรงนี้จ๊ะ ไปๆ ไปชงกาแฟหรือเดินเอกสารให้พี่ฟ้าไป ผู้ใหญ่เขากำลังจะคุยธุระกัน" เคนพูดกลั้วหัวเราะ แถมยังยกมือขึ้นตบไหล่กว้างของพีชเบาๆ สองสามทีเชิงเอ็นดูเด็กหน้าใหม่ ก่อนจะชะโงกหน้าข้ามไหล่ของเด็กหนุ่มไปส่งสายตาหวานเชื่อมให้ฟ้าต่อหน้าตาเฉย

​"เย็นนี้น้องฟ้าว่างไหมจ๊ะ พี่ว่าจะชวนไปดูหนังรอบค่ำสักหน่อย มีหนังเข้าใหม่น่าดูเยอะเลย"

​พีชยืนนิ่งงัน ความหงุดหงิดแล่นริ้วขึ้นเป็นริ้วๆ เมื่อถูกเมินออร่าคุณชาย ซ้ำยังถูกลดชั้นเป็นแค่เด็กชงกาแฟ ในเมื่อใช้ความขรึมและความรวยเข้าข่มพวกหน้ามึนไม่สำเร็จ หมาเด็กจึงต้องเปลี่ยนแผนกะทันหัน

​ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยตึงเครียดปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกวนประสาทสไตล์เด็กแสบ พีชเอื้อมมือไปคว้ากล่องเค้กส้มบนโต๊ะฟ้ามาถือไว้เองอย่างรวดเร็ว

​"ว้าว เค้กส้มน่ากินจังเลยครับพี่เคน แต่เสียใจด้วยนะครับ ช่วงนี้พี่ฟ้ากำลังลดน้ำหนักอย่างจริงจัง กินของหวานไม่ได้เด็ดขาด เดี๋ยวผมช่วยเสียสละกินแทนก็แล้วกันนะครับ"

​พูดจบพีชก็จัดการเปิดฝากล่อง หยิบช้อนพลาสติกตักเค้กส้มชิ้นโตเข้าปากเคี้ยวหน้าตาเฉย เคนอ้าปากค้างกับความไร้มารยาทของเด็กฝึกงานที่กล้ายืนกินขนมของเขาหน้าตาเฉย

​"เฮ้ย น้อง ทำอะไรเนี่ย พี่ซื้อมาให้น้องฟ้า ไม่ได้ให้เรากินนะ" เคนโวยวายเสียงหลง

​"ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าพี่ฟ้าลดน้ำหนักอยู่ พี่เคนไม่สังเกตเหรอครับว่าช่วงนี้พี่ฟ้าดูผอมลง เอวคอดลงตั้งเยอะ ถ้าให้กินเค้กก้อนนี้ ความพยายามที่ผ่านมาก็สูญเปล่าสิครับ ผมกำลังช่วยพี่ฟ้าอยู่นะเนี่ย" พีชเถียงหน้าตาย พร้อมกับตักเค้กเข้าปากอีกคำ ทำหน้าตาฟินเกินเบอร์จนน่าหมั่นไส้

​ฟ้าได้แต่นั่งกะพริบตาปริบๆ มองเด็กฝึกงานตัวโตยืนเถียงกับรุ่นพี่การตลาด เธอไม่ได้ลดน้ำหนัก และเธอก็ไม่ได้ผอมลงเอวคอดด้วยซ้ำ แต่เมื่อเห็นสายตาดุๆ ของพีชที่ปรายมามอง เธอจึงเลือกที่จะนั่งรูดซิปปากเงียบๆ ปล่อยให้ผู้ชายสองคนปะทะคารมกันไป

​"น้องฟ้าน่ารักอยู่แล้ว มีน้ำมีนวลแบบนี้แหละสเปกพี่เลย ไม่เห็นต้องลดน้ำหนักเลยจ้ะ" เคนพยายามจะกู้สถานการณ์และดึงความสนใจกลับมาที่ฟ้า "ถ้าน้องฟ้าไม่ชอบกินของหวาน งั้นเดี๋ยววันหลังพี่พาไปกินชาบูก็ได้ ร้านเปิดใหม่หน้าปากซอยเนื้อเกรดพรีเมียมเลยนะ"

​"พี่ฟ้าแพ้กุ้งครับ ไปร้านชาบูกินรวมหม้อเดียวกันไม่ได้หรอกครับ ผื่นขึ้นเต็มตัวแน่" พีชพูดแทรกขึ้นมาทันที ทั้งที่ความจริงฟ้าเพิ่งจะซัดล็อบสเตอร์ตัวเบ้อเริ่มกับเขาไปเมื่อคืน

​"งั้นเปลี่ยนเป็นไปกินปิ้งย่างเกาหลี..."

​"พี่ฟ้าหัวเหม็นง่ายครับ ไม่ชอบกลิ่นควันปิ้งย่างติดผม มันสระออกยาก" พีชสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องหยุดคิด

​"นี่น้อง จะขัดพี่ทุกเรื่องเลยใช่ไหมเนี่ย เป็นแค่เด็กฝึกงานทำไมวุ่นวายจัง" เคนเริ่มเสียงแข็ง ความหงุดหงิดเริ่มพุ่งสูงเมื่อถูกเด็กเมื่อวานซืนยืนพูดแทรกขัดจังหวะตลอดเวลา

​พีชยักคิ้วให้หนึ่งทีอย่างกวนอวัยวะเบื้องล่าง เขาตักเค้กคำสุดท้ายเข้าปากจนหมดเกลี้ยง แล้วโยนกล่องพลาสติกเปล่าทิ้งลงถังขยะข้างโต๊ะอย่างแม่นยำราวกับชู้ตลูกบาสลงห่วง

​"ผมแค่บอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้พี่เคนรู้ไว้ไงครับ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยเปล่าตามจีบคนที่ไม่ชอบ อ้อ ผมเพิ่งดูนาฬิกาเรือนละล้านของผม หมดเวลาพักเบรกแล้วนะครับ พี่เคนระวังหัวหน้าแผนกการตลาดจะดุเอานะครับ แอบมาอู้งานเต๊าะสาวแผนกอื่นแบบนี้"

​เคนยกนาฬิกาข้อมือของตัวเองขึ้นดูเวลา ก่อนจะสบถคำหยาบเบาๆ ในลำคอ เขามองหน้าพีชอย่างคาดโทษ รู้ตัวว่าขืนอยู่ต่อคงไม่ได้ทำคะแนนแถมยังต้องมาเถียงกับเด็กประสาทกลับคนนี้อีก หนุ่มการตลาดหันไปส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้ฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย

​"เดี๋ยววันหลังพี่มาคุยด้วยใหม่นะน้องฟ้า ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เด็กฝึกงาน" เคนชี้หน้าพีชอย่างหัวเสียก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวกลับแผนกตัวเองไป

​เมื่อความวุ่นวายจบลงและศัตรูถอยทัพไปแล้ว ฟ้ารีบหันมาถลึงตาใส่ตัวการที่กำลังยืนหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมุมปากตัวเองหน้าตาเฉย

​"พีช ทำไมทำตัวเสียมารยาทแบบนี้ ไปแย่งขนมพี่เคนกินได้ยังไง เดี๋ยวมันก็เป็นเรื่องหรอก แล้วไปโกหกเขาทำไมว่าพี่ลดน้ำหนัก พี่แพ้กุ้ง ปากคอเรานี่มันหาเรื่องจริงๆ เลยนะ" ฟ้าร่ายยาวเป็นชุดด้วยความอ่อนใจ

​คนที่ถูกดุไม่ได้มีท่าทีสลดเลยสักนิด พีชดึงเก้าอี้กลับมานั่งที่เดิม ไหล่กว้างลู่ลง ริมฝีปากหนาเบะออกเล็กน้อย นัยน์ตาแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นลูกหมาหงอยที่โดนเจ้าของดุเวลาคาบรองเท้ามาแทะเล่น

​"ก็ผมไม่ชอบให้ใครมาวอแวพี่ฟ้านี่ครับ ปล่อยให้มันคุยเจ๊าะแจ๊ะอยู่ได้ น่ารำคาญจะตาย" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างแสนงอนและเอาแต่ใจ

​"เขาแค่เอาขนมมาฝากตามประสาเพื่อนร่วมงาน ไม่ได้วอแวอะไรสักหน่อย เรานั่นแหละทำตัวเป็นเด็กหวงของเล่นไปได้ เป็นแค่เด็กฝึกงานแท้ๆ"

​พีชเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ นัยน์ตาสีเข้มที่เคยขี้เล่นบัดนี้มีความจริงจังลึกซึ้งแฝงอยู่เต็มเปี่ยม เขาเลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ เท้าคางกับขอบโต๊ะ ขยับใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้พี่เลี้ยงสาวอวบจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบ

​"พี่ฟ้าไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นพี่เลี้ยงของผม สวัสดิการซื้อขนมมาขุนพี่ มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ คนอื่นห้ามแย่งหน้าที่ผมเด็ดขาด"

​ประโยคประกาศความเป็นเจ้าของที่หลุดออกมาจากปากเด็กฝึกงานหน้ามึน ทำเอาฟ้าถึงกับไปไม่เป็น แก้มกลมๆ ที่เริ่มซับสีเลือดฝาดร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดใบหน้ายิ่งทำให้หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก

​หญิงสาวรีบหมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้ากับจอคอมพิวเตอร์ แกล้งทำเป็นเคาะเมาส์และคีย์บอร์ดรัวๆ เพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่กำลังปะทุขึ้น

​เด็กคนนี้ชักจะเอาแต่ใจและอันตรายต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเธอมากเกินไปแล้ว ฟ้าได้แต่บ่นในใจพร้อมกับลอบถอนหายใจยาวๆ ให้กับคนหน้ามึนที่นับวันยิ่งทวีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนเธอเริ่มจะรับมือไม่ไหว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป